ผ่อนบ้านอย่างไรให้หมดไว

ชีวิตการทำงานของพวกเรามนุษย์เงินเดือน ที่ในแต่ละเดือนเมื่อถึงช่วงสิ้นเดือน เราจะรู้สึกดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน อะไรหรือคือสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น บ้านคือวิมานของเราเคยมีคนร้องเพลงลักษณะเช่นนี้ให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ชีวิตของพนักงานประจำที่มีภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าหวย ค่าเทอมลูก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวโอ้ย เยอะแยะตาแป๊ะขายถั่ว เนื่องจากภาระที่ค่อนข้างมาก แต่รายได้เท่าเดิม ผมก็เริ่มมองหาวิธีต่างๆทีจะทำให้ค่าใช้จ่ายที่มี ลดน้อยลงเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างเยอะในเดือน เห็นจะเป็นค่าผ่อนบ้าน ผมเคยได้ยินมาว่าวิธีที่จะทำให้ผ่อนบ้านหมดเร็วนั้น มีหลายวิธี คนที่แนะนำวิธีการส่วนใหญ่ ผมคิดว่าพอจะเป็นไปได้ ทำได้และไม่เสียหายอะไร ผมขอยกวิธีที่จะทำให้การผ่อนบ้านอันเป็นที่รักของเราให้หมดไวขึ้นดังนี้ครับ
การรีไฟแนนท์ เป็นหนึ่งในวิธีการลดอัตราดอกเบี้ยการกู้ได้ในระดับหนึ่ง เหมือนการทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่ ซึ่งอาจมีเงื่อนไขตามแต่ละธนาคารกำหนดไว้ แต่ส่วนใหญ่การรีไฟแนนท์นั้น จะต้องทำการผ่อนชำระกับธนาคารเดิมครบ 3 ปี ไปแล้วถึงจะทำเรื่องขอรีไฟแนนท์ได้ และเมื่อครบระยะแล้วเราควรขอทำการรีไฟแนนท์ไม่ว่ากับธนาคารเดิมที่เราทำอยู่หรือธนาคารใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยจูงใจให้เราดำเนินการ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการทำรีไฟแนนท์ว่าคุ้มและเหมาะสมกว่าการขอรีไฟแนนท์กับธนาคารเดิม เพราะอาจจะทำให้เราได้ไม่คุ้มเสียครับ
ทบเงินต้น คือการผ่อนชำระตามอัตราที่ทางธนาคารระบุไว้ แล้วเราก็จ่ายเงินเพิ่มเพื่อทำให้เงินต้นลดน้อยลง ซึ่งในข้อนี้ ก็สุดแล้วแต่คนที่จะมีกำลังมากน้อยเพียงใด ที่สำคัญต้องไม่กระทบกับเงินหมุนเวียนที่ท่านต้องใช้จ่ายด้วย ผมมีตัวอย่างการชำระเงินเพื่อทบเงินต้น ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการผ่อนสั้นลงและสามารถช่วยให้เราปลอดหนี้ได้เร็วขึ้น
ดอกเบี้ย
จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า เมื่อเราจ่ายทบเงินต้นเพิ่มอีกปีละ 18,000 บาท จะทำให้เราลดทั้งอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาในการผ่อนจาก 15 ปี เหลือแค่ 13 ปี เท่านั้น ย้ำครับว่า ต้องไม่กระทบกับเงินที่เราจะต้องใช้จ่ายในเดือนนะครับ
กู้เงินดอกเบี้ยต่ำมาสมทบ ข้อนี้อาจจะสามารถทำได้ในอดีต ที่เราสามารถหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำอย่างเช่น ปีละ 2.5 – 5% โดยในอดีตจะมีแหล่งเงินกู้ลักษณะนี้เพราะเป็นเงินจากต่างประเทศที่บ้านเค้าดอกเบี้ยต่ำติดดินจึงนำเงินออกมาให้ต่างประเทศได้กู้ยืมกัน
ขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้การผ่อนบ้านหมดไวขึ้น หากสินทรัพย์ที่ไม่มีความจำเป็นและมีอยู่เต็มบ้านหรือแม้แต่การผ่อนคอนโด ซึ่งผมแนะนำให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจะทำให้เรารู้สึกเบาตัวได้มากที่สุด
บางสถานการณ์ จำเป็นจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน 2 แรงแข็งขัน สลับกันจ่ายสมทบเงินต้น เพื่อย่นเวลาหรือแม้แต่หากมีโบนัสออกมา ก็สมทบเพิ่มในช่วงปลายปี แค่นี้ผมว่าที่หนักก็จะกลายเป็นเบา และเบาลงอย่างที่บอกครับ การไม่มีหนี้ เป็นลาปอันประเสริฐครับ

กองทุนรวมคืออะไร ใครรู้บ้าง

หลายคนคงเคยสงสัยกันอยู่ว่า การที่พวกเราคนทำงานประจำ เมื่อเงินเดือนออกในแต่ละเดือนนั้น นอกจากเราจะเอาไปใฃ้จ่ายผ่อนหนี้ ผ่อนบัตรเครดิต เรายังต้องรู้จักจะเก็บออมเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคงคิดแค่ว่า มีเงินเก็บก็คือการมีเงินเหลือไว้ในบัญชีที่เหลือจากการใช้จ่าย ถามว่าผิดไหม ตอบได้เลยว่าไม่ผิดครับ อ้าว แล้วคำตอบของคำถามนี้คืออะไร อืม!
การมีเงินเก็บที่เหลือจากการใช้จ่ายนั้น เรามักจะเรียกว่าเงินออม ซึ่งในการออมเงินของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ บางคนอยากออมเงินโดยนำไปลงทุนให้เงินงอกเงยขึ้น การซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ได้ผลตอบแทนตายตัวและไม่มีความเสี่ยงด้วย แต่วันนี้ ผมขอนำเสนอการออมเงินผ่านกองทุนรวม เอ แล้วกองทุนรวมคืออะไรหล่ะ
ผมขออธิบายอย่างนี้ครับ กองทุนรวมคือโครงการลงทุนที่จัดตั้งและบริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม โดยนำเงินของผู้ซื้อหน่วยลงทุนหลายๆรายมารวมกันและนำไปลงทุนในตราสารทางการเงิน หลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินตามที่ได้ระบุไว้ในโครงการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุน จากนั้นจึงนำผลตอบแทนที่ได้มาเฉลี่ยกลับคืนให้กับผู้ซื้อหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมนั้น หรือในอีกแง่หนึ่งก็คือ เป็นเครื่องมือในการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ เวลาในการติดตามการลงทุน ข้อมูลในการลงทุน และประสบการณ์หรือความชำนาญในการลงทุน โดยการระดมเงินลงทุนเป็นก้อนใหญ่ แล้วให้ผู้บริหารจัดการกองทุนที่มีความเป็นมืออาชีพบริหารจัดการการลงทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนดีที่สุดภายใต้กรอบความเสี่ยงที่กำหนดไว้นั้นเอง
ถ้าอย่างนั้น การซื้อกองทุนรวมก็มีประโยชน์สำหรับคนทำงานอย่างพวกเราใช่ไหม?
คำตอบคือมีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดของการลงทุนในกองทุนรวมครับ ผมจะยกตัวอย่างคร่าวๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจว่าการลงทุนชนิดนี้เหมาะสมกับเราหรือไม่ครับ
จุดเด่น(ข้อดี)ของการลงทุนในกองทุนรวม
1. การจัดการในการลงทุนโดยมืออาชีพ (Professional Management) โดยมีผู้จัดการกองทุนที่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความรู้ในการลงทุน โดยต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กฏหมายกำหนดและยังต้องขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต แถมยังสามารถวัดและพิสูจน์การดำเนินการจากผลตอบแทนของกองทุนในประเภทเดียวกันได้
2. สามารถลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ดีกว่าด้วยการกระจายการลงทุน (Risk Reduction Through Diversified Portfolio) ก็คือกองทุนรวมแต่ละกองทุนจะมีการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกหรือกิจการต่างๆ หลายรายในหลายๆ อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการกระจายการลงทุน
3. กองทุนรวมให้ความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้อขาย (Transaction Costs) คือการที่ผู้ลงทุนผ่านกองทุนรวมสามารถโยกย้ายเงินลงทุนของตนระหว่างกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน บริษัทจัดการก็สามารถอำนวยความสะดวกให้ได้โดยอาจไม่คิดค่าธรรมเนียมในการดำเนินการดังกล่าวเมื่อเทียงกับการลงทุนด้วยตนเอง
ข้อจำกัดของการลงทุนในกองทุนรวม
1. มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย เนื่องจากการบริหารกองทุนรวมเป็นบริการอย่างหนึ่ง จึงจะมีภาระค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมในการดำเนินการเกิดขึ้น
2. ไม่รับประกันผลตอบแทนจากการลงทุน โดยทั่วไปแล้ว กองทุนรวมจะไม่มีการรับประกันผลตอบแทน แต่สามารถกำหนดนโยบายการลงทุนเพื่อประกันเงินต้นได้ โดยกองทุนจะกำหนดสัดส่วนและกลยุทธ์การลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนสามารถบรรลุข้อกำหนดได้
3. ผลดำเนินงานในอดีตไม่อาจสะท้อนผลการดำเนินงานในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์ อย่างที่บอกครับ ปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นการบริหารการลงทุนขึ้นอยู่กับความสามารถในการกลยุทธ์และมุมมองของผู้จัดการกองทุนเป็นหลัก แต่จะทำให้ผลตอบแทนมากหรือน้อยในแต่ละปีก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการลงทุนนั่นเอง
คงพอจะเข้าใจในเบื้องต้นของกองทุนรวมกันดีขึ้นแล้วนะครับ แน่นอน กองทุนก็ยังแบ่งออกเป็นอีกหลากหลายประเภทตามความต้องการของผู้ลงทุน ผมเห็นว่ากองทุนรวมเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่เป็นพนักงานประจำและไม่ค่อยมีเวลาที่จะลงทุนด้วยตัวเอง ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง เราควรศึกษาให้เข้าใจและมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ…
แหล่งข้อมูล – ตลาดการเงินและการลงทุนในหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย