AB Money – สรุปข่าวการเงินน่าสนใจตั้งแต่ปี 07 จนถึงปัจจุบัน

posted in: Press Releases | 0

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับ เราคือ A&B General UK Limited บริษัททางการเงินที่ได้รับอนุญาตจาก Financial Services Authority และ HM Revenue & Customs ซึ่งจดทะเบียน Currency Market ในตลาดการเงินเป็นของตัวเอง ภายใต้การบริหารงานของทีมงานคนไทยรายแรกใน UK ซึ่งดำเนินธุรกรรมทางการเงินอย่างเป็นทางการครบรอบ 4 ปี

นี่ถือเป็นคอลัมแรกของเรากับ Thai Smile กับเกร็ดความรู้ต่างๆ แนมโน้มดัชนีทางการเงิน ตลอดถึงอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดโลก ซึ่งเราได้เก็บข้อมูลสถิติจาก Inter Bank of England , Currency Market รวมถึงภาวะเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2007 โดยเราจะนำเสนอ และสรุปให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ในภาษาง่ายๆ นะครับ

ทุกคนรู้ว่าเศรษฐกิจตอนนี้กำลังย่ำแย่ จึงมีคำถามมากมายว่า “เพราะอะไรถึงทำให้เป็นเช่นนี้?” แล้วเมื่อไหร่มันจะดีขึ้น? ซึ่งเป็นคำถามติดอันดับยอดฮิตที่เราได้ยินกันทุกวันเลยทีเดียว โดยถ้าเรานับย้อนไปตั้งแต่ปี 2007 ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ใครหลายคนจะยังจำได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) ในตลาดมืดบ้านเราจะสูงถึง 71.30 บาท ต่อ 1 ปอนด์ ซึ่งยังตราตรึงในฝันของใครหลายคน ที่ยังแอบฝันเล็กๆ ว่ามันจะกลับขึ้นไปเป็นเหมือนเดิม เพราะว่าความจริงในวันนี้ลดลงมาเหลือ 45.13 บาท ต่อ 1 ปอนด์ ในช่วงวิกฤตสงครามกลางเมือง ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศปิดกระแสการเงินทั่วประเทศ รวมถึงตลาดหุ้นในช่วงวันที่ 19-23 พฤษภาคมเลยทีเดียว ผนวกกับค่าเงินที่แข็งตัวขึ้นในฝั่ง Asia โดยเฉพาะค่าเงิน AUD , SGD , HKD , JPY และ CNY ส่งผลให้ค่าเงินไทยแข็งตัวขึ้นไปด้วย เมื่อเทียบกับค่าเงินที่อ่อนตัวลงด้านฝั่งยุโรป และ UK

ย้อนไปเมื่อ 5-6 ปีก่อนสหภาพยุโรปยังไม่ได้รวมตัวกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งต่างคนก็ต่างใช้สกุลเงินเป็นของตนเอง แต่เนื่องการทนต่อสภาพเศรษฐกิจและปัจจัยเสียดทานต่างๆ ไม่ไหวจึงรวมตัวกันเป็นสหภาพโดยใช้เงินสกุล EUR (ยูโร) เป็นตัวกลางทางการเงินมาสร้างดุลภาพในตลาดโลก เพื่อต่อรองดุลภาพในตลาดการนำเข้า-ส่งออก , ปรับอัตราหนี้ให้ลดลงจากกองทุนสหประชาชาติ (IMF) ตลอดจนเสถียรภาพของ Valuable Funds ของทองคำแท่งที่ไปค้ำประกันค่าเงินของตนเองในธนาคารโลก

เมื่อสหภาพยุโรปรวมตัวกันสำเร็จและใช้ Euro มาเป็นสื่อแลกเปลี่ยนทางสกุลเงิน ไม่นานนักทาง UK ก็ถูกกดดันให้มาใช้ “Euro” แทน “Sterling” ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นประเทศหนึ่งในแถบยุโรปเช่นกัน รัฐบาลอังกฤษปฏิเสธที่จะรวมเงินกับสหภาพยุโรป แต่เนื่องจากแรงกดดัน และการเอื้อประโยชน์ในเชิงธุรกิจนำเข้า-ส่งออก จึงจำเป็นต้องยื่นข้อเสนออื่นให้กับทางยุโรปแทนการรวมเงินสกุลเดียวกัน ซึ่งนั่นก็คือการเปิดเสรีทาง Immigrations แทนการใช้เงินสกุล Euro

ทันทีที่มีผลบังคับใช้ “คนยากจน” จำนวนมหาศาลจากยุโรปก็ทะลักกันเข้ามาหางานทำใน UK โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน London ในช่วงกลางปี 2008 ซึ่งส่งผลในการแย่งตำแหน่งงานกันกับคนในประเทศ และภาวะอาชกรรม นอกจากนี้รัฐบาลอังกฤษยังจำเป็นจะต้องเอื้อประโยชน์ต่างๆ ให้กับชาวยุโรปตามข้อตกลงทาง Immigrations ผนวกกับภาวะ Hamburger Crisis (วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ลอยตัว) ที่สืบเนื่องมาจากอเมริกา ทำให้รัฐบาลอังกฤษจำเป็นต้องอัดฉีดเงินมหาศาลมากถึง £3,000 Billion (หรือประมาณ สองแสนหนึ่งหมื่นสามพันล้านล้านบาท) เพื่อช่วยประชาชน และองค์กรต่างๆ ของรัฐในปีนั้น

ภาวะ Hamburger Crisis ยังทวีความรุนแรงมากขึ้น จากเศรษฐกิจที่เคยเฟื่องฟู และจากคนที่เคยปั่นราคาบ้านกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ธนาคาร และ บริษัท Sub prime ก็ปล่อยเงินกู้มากขึ้น 115% จากราคาประเมิน เพราะแทบทุกสถาบันทางการเงินเชื่อว่า “ราคาอสังหาริมทรัพย์จะทวีสูงตัวขึ้นเรื่อยๆ” จึงเป็นการดีกว่าถ้าจะรับจำนองเก็บเอาไว้ในวันนี้ และคนในประเทศก็สนุกสนานกับการที่สถาบันทางการเงินมีข้อเสนอที่ถึงใจ… แต่ทว่าพอเศรษฐกิจพังทลายลง ประชาชนที่เอาบ้านไปจำนองก็ไม่สามารถส่ง Mortgage ได้ ส่งผลให้บริษัท Sub prime ล้มละลายกันเป็นแถบ รวมถึงความไม่มั่นคงของธนาคารยักษ์ใหญ่ในเครือ RBS , NatWest Bank , Bank of Scotland , HSBC และ Lloyds TSB เพราะทุกฝ่ายได้เก็บกระดาษโฉนดบ้านของผู้คนในประเทศไว้เต็มโต๊ะ แต่ว่าไม่มีใครสามารถเอาเงินมาไถ่กระดาษเหล่านั้นได้เลย โดยที่ธนาคารเองก็ปล่อยเงินกู้ไปจำนวนมหาศาล แต่กลับไม่ได้ดอกเบื้ย หรือเงินต้นคืนอย่างที่คิด สิ่งที่ได้กลับมาคือ (หนี้สูญ) เท่านั้น ทำให้ธนาคาร Lloyds TSB ประกาศขาดทุนย่อยยับ หรือแม้แต่ Abbey Bank โดน take over จากเครือ Santander มารับช่วงกิจการแทนซึ่งสิ้นปี 2008 เพราะไม่มีเงินอัดฉีดดำเนินกิจการต่อไปได้

จากภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวในช่วงกลางปี 2008 นั้น ทำให้รัฐบาลอังกฤษต้องอัดฉีดเงินอีกครั้งเพื่อช่วยอุ้มธนาคารต่างๆ ไม่ให้ล้ม (เพราะธนาคารคือหน้าตาของเศรษฐกิจมวลรวมในประเทศ) และช่วยคนตกงาน , เงินช่วยเหลือด้านต่างๆ , ปัญหาบัตรเครดิต ตลอดจนองค์กรของรัฐ ส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษต้อง (ถอดทองคำ) ซึ่งนั่นก็คือ “ทองคำแท่ง” ที่ไปค้ำประกันค่าเงินสกุลของตัวเองในธนาคารโลกให้มีค่ามากขึ้น

แน่นอนที่สุดเมื่อรัฐบาลอังกฤษถอดทองคำที่ไปค้ำประกันค่าเงิน ก็จะได้เงินมาสร้างสภาพคล่อง และแรงอัดฉีดช่วยเหลือภาวะวิกฤตในประเทศ แต่ค่าเงินของตนเองก็จะมีค่าลดลงถดถอยลงไปเรื่อยๆ จากทุกครั้งที่คุณ (ถอดทองคำ) โดยจากสถิติที่เราเก็บเอาไว้จะเปรียบเทียบในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ค่าเงินปอนด์สูงที่สุดเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท โดยในวันที่ 31 ตุลาคม 2007 : 1 ปอนด์ = 71.10 บาท และวันที่ 31 ตุลาคม 2008 : 1 ปอนด์ = 56.20 หรือหายไป 14.90 บาทต่อ 1 ปอนด์

มาถึงจุดนี้เราอาจจะยังมองไม่เห็นว่าถ้ามันหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? แต่ถ้านึกย้อนดีๆ กับการที่เราทำงานหนักเก็บเงินมาตลอด 1-2 ปี เพื่อให้ได้เงินมา 10,000 ปอนด์ (ตัวเลขสมมุติ) แล้วคุณก็เอาเก็บไว้ใต้หมอนเป็นอย่างดี ซึ่งปรากฏว่าเงินจำนวน 710,000 บาท ลดลงเหลือ 562,000 บาท โดยที่หายไปในอากาศ 149,000 บาท (โดยที่ไม่ได้มีใครไปขโมยเงิน 10,000 ปอนด์ที่ใต้หมอนของคุณด้วยซ้ำ)

ในช่วงปี 2009 รัฐบาลอังกฤษยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาขาดดุลทางการค้า และการนำเข้า-ส่งออกกับต่างประเทศได้ รวมถึงภาวะการตกงานของคนในประเทศ ส่งผลให้องค์กรนานาชาติทางการเงิน ประเมินลดระดับความมั่นคงทางการเงินของประเทศอังกฤษจาก AAA เหลือ AA+ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษก็ยังสามารถรอดพ้นจากการอัดฉีดเงินก้อนสุดท้ายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติไว้ได้

หลายๆ องค์กรยังแอบฝันเล็กๆ ว่าน่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจระยะสั้น และทุกอย่างก็จะกลับมาดีเช่นเดิม แต่ดูเหมือนว่าค่าเงินปอนด์ที่อ่อนตัวลง หลังจาก Trust ล้ม (องค์กรเสถียรภาพทางการเงินในประเทศ) ก็จะสืบเนื่องยาวนาน ผนวกกับความไม่มั่นคงในประเทศไทย ทำให้ธนาคารกลางดันค่าเงินตัวให้แข็ง เพื่อป้องกันการแทรกแทรงจากนายทุนต่างประเทศ ที่จะมากว้านซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงที่ดินในประเทศไทย ในภาวะที่การเมืองไม่มั่นคง ทำให้ FOREX Exchange rate ปิดตลาดที่ 54.65 บาท : 1 ปอนด์ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2009 โดยที่น้อยกว่าปี 2008 ที่ว่าย่ำแย่จนถึงขีดสุดในรอบ 18 ปี (โดยเทียบเท่าภาวะเศรษฐกิจในช่วงสงครามโลกครั้งที่2)

รัฐบาลอังกฤษประกาศแก้ไขปัญหาวิกฤตทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2010 โดยเริ่มร่างนโยบายจัดระบบประชาชนชาวยุโรปที่เข้ามาใน UK ตลอดถึงจำกัดการขอวีซ่าทำงานจากแรงงานต่างด้าว (Working Permit) และตัดงบประมาณช่วยเหลือคนยุโรป และคนอังกฤษเองในหลายด้านๆ เพื่อฟื้นฟูเงินคงคลังในประเทศ แต่ดูเหมือนเศรษฐกิจมวลรวมก็ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากตลาดด้านนำเข้า-ส่งออกยังต้องพึ่งพายุโรปอยู่มาก และทว่ายุโรปโดยเฉพาะประเทศกรีก (Greece) ที่ประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นหัวกับ IMF ถึง 600 Billion Euro (ประมาณ สองหมื่นสี่พันล้านล้านบาท) หรือแม้แต่ประเทศสเปนที่เพิ่งเสียตำแหน่งความมั่นคงทางการเงินจาก AAA เหรือ AA+ เมื่อวันที่ 1 มิถุนยน 2010 โดยที่ประเทศเยอรมัน และฝรั่งเศษที่เป็นพี่ใหญ่ที่พักพิงจากประเทศในสหภาพยุโรปทำได้เพียงเอาตัวรอดเท่านั้น

ตลาดหุ้นใน Wall Street ในกรุงนิวยอร์ค (NYSE) ประเทศอเมริกายังประสบปัญหาขาดดุล และดัชนีดาวโจน Dow Jones ก็ล่วงเพดานถึง 10,500 จุด ไม่ว่าจะเป็นตลาดยักษ์ใหญ่อย่างเครือ RSH (Ratio Shack Corp) -2.79% , APC (Anadarko Petroleum) -19.55% และ GIS (General Mills Inc) -11.91% เทียบจากไตรมาสต์ที่ผ่านมา ซึ่ง US Dollar ที่ลิ้งโดยตรงกับ THB Thai Bath จะส่งผลผันแปรตามกันไป ทำให้ค่าเงินไทยประสบปัญหาดุลภาพด้านส่งออก และกลุ่มอุตสหกรรมไปด้วย

แม้ว่าจะเกิดภาวะวิกฤตมากมาย แต่สักวันนึงเราเชื่อว่าเมฆฝนก็จะจางหายไป มาพร้อมกับความสดชื่นอีกครั้ง จากตลาดการเงินวันที่ 2 มิถุนายน 2010 อัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 48.46 บาท : 1 ปอนด์ จาก 45.13 (มากขึ้น 3.33 บาท) ในเวลา 2 สัปดาห์ ในช่วงความไม่สงบในประเทศไทย ซึ่งเรายังแอบภาวนาเล็กๆ ว่านี่อาจจะเป็นสัญญาณที่ทุกอย่างจะกลับไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดการณ์ภาวะใน UK จะฟื้นตัวขึ้นหลังปี 2014 (หรือหลังช่วงโอลิมปิกอีก 2 ปี)
Chakree Chankana
Financial Manager (MA ECOs&SOCA)
A&B General UK Limited
Authority and Related by Financial Services Authority and HM Revenue & Customs

Basic Image Gallery Post

posted in: Photos | 0

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Maecenas sit amet fermentum dolor, et consectetur elit. Sed gravida dui ac lobortis pretium. Quisque in ante tellus. Nulla facilisi. In vel enim a est faucibus tempus sit amet elementum nisi. Sed eget libero non neque egestas dictum. Integer in arcu facilisis, rhoncus massa nec, facilisis mi. Vivamus aliquet tortor eget convallis egestas. Fusce semper nunc sed est egestas, a pellentesque enim laoreet. Aenean accumsan nunc diam, vel suscipit ante commodo sed. Sed hendrerit magna id magna blandit pharetra. Pellentesque at tempus neque, at mattis nisl.

Adding Icons

    

Adding Gallery

  • Testing
  • Example Caption

Image Slider Post

posted in: Photos | 0

 

Testing
Testing

Phasellus porta, nibh quis viverra posuere, lectus dui consectetur purus, in placerat nisi orci eget dui. Fusce cursus sapien urna, at sollicitudin sapien sagittis non. Aenean suscipit scelerisque nibh at gravida. Vivamus pretium urna eu quam eleifend, eu fringilla purus rhoncus. Duis iaculis pretium fermentum. Duis at placerat lacus, non luctus dui. Nunc vel enim eu eros congue laoreet. Nunc mollis dui sed consequat cursus. Nam vel nulla mi. Duis fringilla leo blandit augue cursus iaculis.

Phasellus tincidunt cursus libero sed laoreet. Morbi sit amet ipsum vel risus feugiat vulputate vel tincidunt diam. Aliquam ac pharetra mi. Nunc ac imperdiet purus. Vestibulum magna leo, feugiat et venenatis quis, pulvinar eget nulla. Integer lobortis, sem at molestie adipiscing, sapien diam volutpat eros, sed pulvinar erat sem vel lorem. In eu rhoncus augue, id ornare velit. Etiam porttitor placerat gravida. Proin vitae lectus mi. Maecenas venenatis, quam sit amet vehicula consectetur, libero purus porttitor nisl, ut mollis diam dolor vel est. Integer neque ante, feugiat ac tellus a, tristique tempus dolor.

Etiam porttitor placerat gravida. Proin vitae lectus mi. Maecenas venenatis, quam sit amet vehicula consectetur, libero purus porttitor nisl, ut mollis diam dolor vel est. Integer neque ante, feugiat ac tellus a, tristique tempus dolor.

 

Proin rutrum augue ac ornare viverra. Ut at suscipit tellus. Integer ipsum risus, ullamcorper sit amet eros et, pharetra cursus nulla. In hac habitasse platea dictumst. Nulla id egestas libero, ultricies semper lacus. Praesent accumsan bibendum tellus ut pulvinar. Maecenas varius, nunc quis aliquam malesuada, metus leo ullamcorper dolor, in fringilla arcu metus vel neque. Pellentesque habitant morbi tristique senectus et netus et malesuada fames ac turpis egestas. Sed lobortis nisi eget ligula rhoncus sodales. Phasellus eget euismod urna. Nulla blandit pellentesque risus a ornare. Donec ultrices ligula at nibh laoreet ultricies vel sed odio. Praesent porttitor ultrices pellentesque.