มนุษย์เงินเดือนกับการลงทุนในหุ้น การรักษาเงินต้นสำคัญอย่างไร

มนุษย์เงินเดือนกันการลงทุนในหุ้น การ”รักษาเงินต้นสำคัญอย่างไร”
สำหรับพนักงานประจำ หรือที่เราเรียกว่ามนุษย์เงินเดือนนั้น เมื่อเงินเดือนที่ออก และอยากสร้างความมั่นคงโดยการนำเงินไปฝากไว้ในตลาดหุ้น ซึ่งแน่นอนว่าในวันนี้ ถ้าการลงทุนในหุ้นของคุณคือ “การขาดทุน” อ่านไม่ผิดครับ
การขาดทุน ในตราสารทุนหรือที่เรียกว่า หุ้นสามัญ ซึ่งเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกโดยกิจการอื่น เป็นการลงทุนทางอ้อมที่มีความเสี่ยงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของหลักทรัพย์ที่เลือกลงทุน และความสามารถในการประกอบการของกิจการที่ผู้มีเงินออมนำเงินไปลงทุน (แหล่งที่มา : หนังสือตลาดการเงินและการลงทุนในหลักทรัพย์)
และหลายคนเคยตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเราควรต้อง “รักษาเงินต้น” ในการลงทุน ถ้ามีกำไรก็ขาย ขาดทุนก็ถือไว้ รอจนกว่าหุ้นตัวที่ถือจะได้กำไรค่อยขาย งั้นเรามาลองศึกษาตารางการลงทุนในหุ้นกันครับ

เงินต้น

จากตารางการลงทุนในหุ้น จะเห็นได้ว่าถ้าคุณลงทุน 100 บาทและหากคุณคิดว่าการปล่อยให้เงินลงทุน ขาดทุนและยังสามารถถือต่อไปเรื่อยๆ
จากตัวอย่าง 10% = 10 บาท เงินต้นของคุณจะเหลือ 90 บาท
ถ้าคุณนำเงินต้น 90 บาทนั้นนำมาลงทุนอีกครั้งเพื่อให้ได้ทุนคืน คุณจะต้องทำกำไรถึง 11.11% เพื่อที่จะได้เงินต้นของคุณคืน
แต่ถ้าคุณขาดทุน 20%, 30%, 40%, เงินต้นของคุณจะเหลือ 80, 70, 60 บาทตามลำดับ และจะทำให้เงินต้นกลับคืนมานั้น คุณต้องทำกำไรให้ได้มากกว่าเงินต้นที่คุณเสียไปเสียอีก
และถ้าคุณคงถือหุ้นตัวที่ขาดทุนถึง 50% = 50 บาท เงินต้นคุณจะเหลือ 50 บาท
และนำเงินต้น 50 บาทนั้นนำมาลงทุนอีกครั้ง คุณจะต้องทำกำไรถึง 100% เพื่อให้คุณได้เงินต้น 100 บาทคืน ซึ่งยากมากครับ
จากตารางด้านบนจะเห็นได้ว่า การ รักษาเงินต้น” ไว้ได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถทำกำไรคืนกับมาเป็นเงินต้นได้ง่ายเท่านั้น
เพราะหากคุณปล่อยให้การลงทุนของคุณขาดทุนไปถึง 80% คุณต้องทำกำไรถึง 400% ถึงจะได้เงินต้นของคุณคืน ซึ่งการลงทุนในหุ้นลักษณะเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ยากมาก
จึงไม่แปลกใจที่เราจะได้ยินคำพูดจากปากนักลงทุนทั้งหลายที่ถือหุ้นบริษัทฯ ต่างๆ แล้วเมื่อเกิดการขาดทุน มักจะมีคำพูดปลอบใจเสมอว่า “ไม่ขายก็ไม่ขาดทุน” และถึงแม้ว่าคุณเป็นพนักงานประจำที่เลือกการลงทุนในตลาดหุ้น ก็ใช่ว่าคุณจะสามารถรักษาเงินต้นไว้ได้โดยปราศจากการศึกษาใดๆ เช่นคำกล่าวที่ว่า การลงทุนคือความเสี่ยง โปรดศึกษาและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
จึงมีคำว่า “Stop loss” หรือ Stop loss order ซึ่งเป็นการจำกัดความเสียหายจากการลงทุน หรืออีกนัยหนึ่งคือการรักษาเงินทุนที่ลงไปในตลาดหุ้น การ Stop Loss (Cut loss) สำหรับนักลงทุน ไม่ใช่การยอมรับการขาดทุน แต่เป็นการรักษาเงินต้นเพื่อให้คุณสามารถกลับมาลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรและอยู่รอดในตลาดหุ้นได้
(แหล่งที่มา – https://en.wikipedia.org/wiki/Order_(exchange)#Stop_orders)
ดังนั้น ถ้าคุณคิดจะลงทุนในตลาดหุ้นโดยคำนึงถึงการรักษาเงินต้น รับรองได้ว่า การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้น จะอยู่ไม่ไกลเกินฝันแน่นอน

Comments are closed.